หน้าแรก อุปกรณ์กีฬา Review การสวมใส่ : Nike Mercurial Vapor 13 Elite FG

Review การสวมใส่ : Nike Mercurial Vapor 13 Elite FG

2035
0

Review การสวมใส่ : Nike Mercurial Vapor 13 Elite FG

สวัสดีครับผมแฟนเพจทุกคน อันดับแรกจำเป็นต้องขอโทษที่รีวิวเจ้า Nike Mercurial Vapor 13 Elite คู่นี้ช้าไปหน่อย โดยเหตุที่ว่าทางร้านค้า Ari Football ยังไม่อนุญาตให้ทดลองในตอนที่ยังจัดจำหน่ายแบบ pre-launch กว่าจะได้ทดลองก็เลยจะต้องคอยจนกระทั่งข้างหลังวันที่ 1 เดือนสิงหาคมก่อนหน้านี้ ซึ่งจริงๆตัวผมก็ได้ไปทดลองคู่สีดำล้วนมาแล้ว แล้วก็แทบจะมารีทิวทัศน์ให้ได้อ่านกันแล้ว แต่ว่าได้รับรู้ข้อมูลมาว่าคู่สีฟ้า (New Lights Pack) ให้ฟีลลิ่งการสวมใส่ที่ไม่เหมือนกันกับคู่สีดำล้วน ผมเลยจะต้องไปทดลองสวมคู่สีฟ้าอีกรอบหนึ่ง ก็เลยใช้เวลารีวิวกันเป็นเวลานานกว่าธรรมดาขอรับ ขณะนี้ผมพร้อมแล้วที่จะมารีทิวทัศน์ให้ทุกคนได้อ่านกัน เริ่มกันเลยครับผม

⚽️ เริ่มกันที่สเป็ครอบครองเท้า จุดสำคัญที่เปลี่ยนไปก็คืออัพเปอร์ ซึ่งสำคัญๆแล้วยังคงเป็นผ้าถัก Flyknit อยู่ แต่ว่าองค์ประกอบแปรไป โดยจะประกอบไปด้วยผ้าถักชั้นนอกที่นุ่มและก็มีผิวนูนตะปุ่มตะป่ำ อุปกรณ์ซิลิโคนฉาบผ้าถักก็บางลงกว่ารุ่นก่อน ทำให้สัมผัสด้วยมือแล้วคิดว่าอัพเปอร์นุ่มกว่า Vapor 12 มากมาย

⚽️ นอกเหนือจากนี้ยังมีผ้าถัก ‘High-tenacity yarn’ ที่ซ้อนอยู่ข้างใน ซึ่งมีข้อดีที่เป็นเส้นใยที่มีความแข็งแรงกว่า ช่วยเสริมหัวข้อการล็อกเท้า ซัพพอร์ตเท้าให้มั่นคง โดยยังคงไว้ซึ่งความบางและก็นุ่มของอัพเปอร์ ส่วนรอบๆข้างหลังเท้าและก็รอบข้อเท้ายังคงเป็นผ้าถักที่มีความยืดหยุ่นสูง แนวร้อยเชือกเป็นแบบกึ่งกลางมาตรฐาน

⚽️ ส่วนชุดพื้นมีการเพิ่มเทคโนโลยี Aerotrak plate เป็นแกนแข็งทรงลูกศรที่รอบๆหน้าเท้า เพิ่มความแข็งแรง ดีดตัวได้ร้ายแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าชุดพื้นหลักยังคงแยกแผ่นปุ่มเป็นด้านหน้าและก็ข้างหลังอย่างกับ Vapor 12 รวมทั้งยังคงใช้ชุดปุ่มลูกศรชุดเดิม แต่ว่าเพิ่มความยาวขึ้นอีก 1 มิลลิเมตร เพื่อจิกเกาะพื้นสนามได้ดุเดือดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนะครับ

⚽️ ผมทดลองสวม Vapor 13 แบบตรงไซส์ตามความยาวเท้าที่ไซส์ 8 US 260 JP เสมอกันกับรุ่นที่แล้ว ด้วยเท้าข้างซ้ายที่มีความกว้างออกจะมาตรฐาน ไม่กว้างไม่เรียวเกินความจำเป็น ตอนทดสอบสวมสีดำนี่ผมแอบรู้สึกตั้งแต่ตอนถือด้วยมือ ว่าเพราะอะไรมันมองเล็กๆชอบกล แต่ว่ามีความรู้สึกว่าคงจะคิดไปเอง

⚽️ พอลองสวมมอง ตอนสวมก็สวมไม่ยากเยอะแค่ไหนขอรับ ไม่ต่างอะไรไปจากตอนสวม Vapor 12 แม้กระนั้นสวมแล้วมีความรู้สึกว่าแน่นมากมาย แบบแทบจะใส่มิได้แล้ว เพราะว่าทรงรองเท้าเรียวตั้งแต่หัวถึงเท้าเลย แม้กระนั้นก็มิได้ถึงกับอึดอัดจนกระทั่งใส่ไม่ไหว อาจเป็นเพราะว่าสิ่งของอัพเปอร์มีความอ่อนนุ่มรวมทั้งยืดหยุ่นตัวการมากมาย ทำให้เท้าซ้ายยังพอเพียงไปต่อได้ แม้กระนั้นเท้าขวาที่ค่อนข้างจะกว้างของผมนี่ไม่ขอทดลองเลยนะครับ

⚽️ แต่ว่าภายหลังได้ไปทดลองสวมคู่สีฟ้า คิดว่าทรงรองเท้าเป็นมิตรขึ้น ทรงกว้างขึ้น มองเป็นทรงเท้าธรรมดาเพิ่มมากขึ้น เป็นตอนหน้าเท้าจะกว้างกว่าใจกลางเท้านิดๆ(ไม่เหมือนกับสีดำที่เรียวตั้งแต่หัวถึงเท้า) สวมแล้วยังคงมีความรู้สึกว่าอัพเปอร์กระชับแนบเท้า แต่ว่าทรงเข้ารูปเท้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่เคยรู้สึกแน่นเท้าแบบคู่สีดำ เหมือนกันกับเท้าขวาของผมก็สามารถใส่ได้อย่างไม่มีปัญหาเลย บางครั้งอาจจะแน่นนิดๆแม้กระนั้นไม่ทราบสึกอึดอัดเลย พื้นที่ด้านในรองเท้าก็เกือบจะไม่เหลือ จะมีเพียงแค่ตรงปลายตีนนิดๆไม่กี่มม. ให้เท้าพอเพียงขยับขยาย หายใจได้บ้างครับผม คนเท้าแบนบางครั้งอาจจะมีความรู้สึกว่าทรงรองเท้ายับๆนิดๆแต่ว่าก็ยังคงสวมใส่สบาย ไม่บีบ ไม่อึดอัดเลย ดั้งจมูกนั้นผมก็เลยขอชี้แนะให้เลือกใส่ Vapor 13 ทั้งคู่สีแบบตรงไซส์ครับผม แต่ว่าสีดำล้วนนี่ควรจำต้องเท้าเรียวราวๆหนึ่งครับผม เท้ากว้างไปสีฟ้าโลดดด

⚽️ ส่วนฟีลลิ่งในรองเท้านี่ผมบอกได้เลยว่าถูกใจมากมาย ถูกใจมากยิ่งกว่า Vapor 12 แน่นอนคิดว่าผ้าถักมันนุ่มตั้งแต่ทีแรกที่สวม แตกต่างจาก Vapor 12 ที่จะต้องใช้เวลาเบรกอินระยะหนึ่ง (เนื่องจากว่าฉาบซิลิโคนมาครึ้มกว่า) แล้วก็เท้าของผมสัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่มของผ้าถักมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากว่า Vapor 13 นั้นมีอุปกรณ์บุข้างในที่บางลงกว่ารุ่นก่อนครับผม มีแอดไม่นเพจเพื่อนบ้านผมคนหนึ่งได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า “The best Vapor ever made” ซึ่งตัวผมเองก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยนะ

⚽️ ด้านของอุปกรณ์บุข้างใน ว่ากันตรงๆว่าผมดันจำไม่ได้ว่าใช้สิ่งของประเภทไหน น่าจะเป็นหน้าผ้ากำมะหยี่ บุโฟมเอาไว้บางส่วนตามสไตล์ของ Vapor ซึ่งสวมแล้วหลังจากนั้นก็ล็อกกระชับส้นตีนดี รวมทั้งรู้สึกสวมใส่สบาย ไม่มีปัญหาลื่น หรือกัดส้นตีนอะไร แม้กระนั้นในส่วนนี้จำต้องวัดกันจริงๆตอนทดลองใช้งานนะครับ

⚽️ ส่วนของชุดพื้น ตัวพื้นมีความแข็งแรงกว่ารุ่นที่แล้วอย่างแจ่มแจ้งในรอบๆหน้าเท้า แต่ว่าไม่ถึงกับทำให้ป่วยอุ้งเท้าขอรับ โดยธรรมดาปุ่มกระจัดกระจายน้ำหนักตัวได้ออกจะโอเค แต่ว่าผมแอบคิดว่าปุ่มฝั่งข้างเท้าข้างใน รอบๆอุ้งฝ่าตีนจะจนถึงอุ้งเท้าเด่นชัดกว่าปุ่มอื่นๆโดยยิ่งไปกว่านั้นข้างที่เท้าแบนจะรู้สึกแจ่มแจ้งกว่า แม้กระนั้นก็มิได้จนถึงมากมายจนถึงรู้สึกเจ็บฝ่าตีนนะครับ ทดลองลงน้ำหนักมอง คิดว่าปุ่มหน้ากระทั่งถึงฝ่าตีนขึ้นมามากเพิ่มขึ้น รู้สึกถึงทุกปุ่มได้อย่างเห็นได้ชัด คาดว่าเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากความยาวของปุ่มที่มากขึ้น ซึ่งตัวผมเองก็มีความรู้สึกว่ารุ่นนี้มีปุ่มที่สูงราวๆหนึ่งเลย การใช้กับสนามเทียมที่ไม่ค่อยมีต้นหญ้าบางทีอาจจะไม่เหมาะสมเยอะแค่ไหน หันไปใช้ชุดปุ่ม AG-Pro จะดีมากกว่าครับผม (ซึ่งผมรับพรีออเดอร์ครับผม แอบขายสินค้า ฮ่าๆ) ส่วนต้นหญ้าจริงหากพื้นไม่แข็งคงจะวิ่งสนุกสนานมากมายแน่นอนขอรับ

? ทั้งสิ้นนี้ ผมขอให้คะแนน Review การใส่ใส่ : Nike Mercurial Vapor 13 Elite FG ไว้ที่ 9.5/10 คะแนนครับผม

✅ กล่าวกันแบบสั้นๆรู้เรื่องกันกล้วยๆเลยก็คือ Vapor 13 เป็นรองเท้าที่ดีมากกว่า Vapor 12 ในทุกๆด้าน ผู้ใดที่ถูกใจรองเท้าเชื้อสาย Mercurial อยู่แล้ว หรือถูกใจรองเท้าสายสปีด ไม่สมควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ด้วยเหตุว่านี่บางทีอาจเป็นรองเท้าสายสปีดที่ดีเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทั้งยังนุ่ม กระชับเข้ารูปเท้า สวมใส่สบาย(ในแบบของรองเท้าสายสปีดนะ) น้ำหนักค่อย แล้วก็ชุดพื้นและก็ปุ่มยึดเกาะสนามดี วิ่งมัน

? จุดเดียวที่ผมเกลียด อาจจะคือเรื่องของชุดปุ่มที่ยาวไปหน่อย แม้กระนั้นโน่นเป็นเนื่องจากว่าสนามในประเทศไทยไม่ค่อยดี จะใช้กับต้นหญ้าเทียมก็ไม่ค่อยเหมาะสม แต่ว่าก็ยังดีที่มีปุ่ม AG-Pro ให้เลือกใช้งานนะครับ อ๋อ แทบลืมไป อีกประเด็นเป็น เพราะเหตุไรคนละคอลเลคชั่น ทรงดันแตกต่างเสียแบบนั้น อย่างงี้ถ้าเกิดหลับหูหลับตาซื้อมิได้ทดลอง บางทีอาจใส่ไซส์เดิมมิได้ก็เป็นได้ครับผม

เรื่องจาก Volky Football Boots

ขอบคุณภาพจาก arifootballstore.com

Item กีฬา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here