หน้าแรก ข่าวกีฬา ฤดูกาลใหม่ใช่ว่าวิกฤติจะหมด! 5 ปัญหาหลักลิเวอร์พูลที่รอให้ คล็อปป์ แก้ไข

ฤดูกาลใหม่ใช่ว่าวิกฤติจะหมด! 5 ปัญหาหลักลิเวอร์พูลที่รอให้ คล็อปป์ แก้ไข

579
0

ฤดูกาลใหม่ใช่ว่าวิกฤติจะหมด! 5 ปัญหาหลักลิเวอร์พูลที่รอให้ คล็อปป์ แก้ไข

หลังจากที่ ลิเวอร์พูล ต้องพบกับวิบากกรรมในฤดูกาลนี้ทั้งนักเตะบาดเจ็บระนาว ฟอร์มร่วงกราวรูด แน่นอนว่าสาวก “เดอะ ค็อป” คงคาดหวังว่าในซีซั่น 2021/2022 ทีมรักของพวกเขาจะผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤติแบบนี้ไปได้ แต่อยากจะบอกสิ่งที่หวังอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้

ผลงานของ “เดอะ เร้ดส์” นับตั้งแต่คริสต์มาสปีที่ผ่านมาจนเข้าสู่ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2021 กระท่อนกระแท่นเหลือเกิน และทำให้พวกเขาสุ่มเสี่ยงที่จะพลาดอันดับท็อปโฟร์ เพื่อคว้าโควตาสุดท้ายไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า

หากทีมไม่ได้ตั๋วไปชิงชัยโทรฟี่ “บิ๊กเอียร์” ช่วงซัมเมอร์นี้พวกเขาคงต้องเจอกับปัญหาใหญ่ทั้งเรื่องการเงิน และการเสริมทัพ ยังไม่หมดแค่นั้นแข้งกาฬทวีปของ “หงส์แดง” จะต้องเดินทางไปรับใช้ชาติในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ช่วงเดือนมกราคม 2020 ด้วย

รวมไปถึงการที่ทีมอาจไม่มี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งต้องรับใช้อียิปต์ ในการชิงเหรียญทองฟุตบอลชาย กีฬาโอลิมปิก 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นช่วงก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ และการต้องหาตัวตายตัวแทนหาก จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม เป็นต้น

ฉะนั้นในซีซั่นใหม่ที่จะเปิดฉากขึ้นช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังคงต้องเผชิญหน้ากับปัญหาหลายเรื่องที่รอให้เขาแก้ไข

1. แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ส่งผลกระทบ “หงส์แดง”
ลิเวอร์พูล เป็นหนึ่งในสโมสรที่ใช้บริการนักเตะจากกาฬทวีปเยอะพอสมควร ฉะนั้นทัพ “หงส์แดง” รู้สึกโล่งใจสบายอุราตอนที่ศึกชิงแชมป์แห่งทวีปแอฟริกาย้ายไปแข่งในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 เพื่อหลีกเลี่ยงโปรแกรมฟุตบอลในลีกยุโรป

ตารางการแข่งขันเดิมของศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ส่งผลกระทบกับหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป เพราะพวกเขาจะต้องปล่อยนักเตะตัวเก่งที่มาจากกาฬทวีปกลับไปรับใช้ชาติเป็นเวลาเกือบ 1 เดือน ดังนั้นนี่คือช่วงวิกฤติของซีซั่นสำหรับทีมเหล่านี้

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนไปแข่งในช่วงซัมเมอร์ทำให้สโมสรที่ใช้บริการนักเตะแอฟริกันรู้สึกโล่งใจอย่างมาก แต่กระนั้นในการชิงชัยปี 2021 ต้องกลับมาใช้โปรแกรมเดิมนั่นก็คือการจัดแข่งในช่วงต้นเดือนมกราคม เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงฤดูร้อนของ แคเมอรูน เจ้าภาพค่อนข้างโหดร้าย และอาจส่งผลต่อสภาพร่างกายนักฟุตบอลได้

แต่ในความโชคร้ายก็มีความโชคดีแอบแฝงเมื่อโลกเกิดวิกฤติโควิด-19 ระบาดหนักทำให้การแข่งขันแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2021 ต้องเลื่อนออกไป 12 เดือน นั่นหมายความว่าทั้ง ซาลาห์, มาเน่ และ เกอิต้า จะได้อยู่ช่วงต้นสังกัดตลอดทั้งซีซั่น 2020/2021

ความแฮปปี้มันเพียงแค่ชั่วคราวเพราะทัพ “หงส์แดง” จะต้องขาด 3 แกนหลักในช่วงเดือนมกราคม 2022 เพื่อไปรับใช้ทีมชาติของพวกเขาในการชิงชัยความยิ่งใหญ่ด้านลูกหนังบนดินแดน “หมอผี” แต่ก็ไม่ใช่แค่ ลิเวอร์พูล ต้องเจอกับปัญหานี้ เพราะหลายๆ ทีมในพรีเมียร์ลีก ก็มีแข้งแอฟริกันมากมายเช่นกัน

ส่วนที่หลายคนมองว่า “เดอะ เร้ดส์” คงเจอกับวิกฤติกอย่างหนักเพราะ ซาลาห์ กับ มาเน่ เป็นนักเตะที่เก่งที่สุด และยังเป็นผู้เล่นหลักในเกมรุกของทีมด้วย ดังนั้นนี่คือสิ่งที่ คล็อปป์ ต้องหาทางจัดการกับเรื่องนี้ให้ได้

ขณะที่ เกอิต้า ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเขาไม่ใช่แข้งหลักเพราะนักเตะต้องเจอกับช่วงเวลาย่ำแย่จากปัญหาบาดเจ็บ แต่อย่าลืมว่า ดาวเตะทีมชาติกีนี มักจะได้ลงเล่นเป็นประจำหากร่างกายของเขาฟิตเต็มร้อย และถือเป็นตัวหลักในแผงมิดฟิลด์ของทีมด้วย

การที่ต้องขาด 3 นักเตะเหล่านี้เป็น ทำให้ นายใหญ่ชาวเยอรมัน ต้องขบคิดให้ดีเกี่ยวกับเรื่องการซื้อผู้เล่นใหม่เข้ามาเสริมทัพในช่วงตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้ เพราะเขาจำเป็นต้องหานักเตะมาทดแทน ไม่อย่างนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อผลงานของทีมก็ได้

2. ซาลาห์ อาจต้องช่วย อียิปต์ ล่าเหรีญทองโอลิมปิก
“เดอะ เร้ดส์” อาจจะต้องเจอกับปัญหาการขาด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เพื่อไปรับใช้ทีมชาติอียิปต์ ในการทำศึกลูกหนังโอลิมปิก เกมส์ ซึ่งแน่นอนว่านี่คือฝันร้ายสำหรับ คล็อปป์ ถ้าหากทีมต้องขาด ซาลาห์ ในช่วงเตรียมทีมก่อนเปิดฤดูกาลใหม่

เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เพราะ ซาลาห์ เป็นคนเปรยออกมาเองว่าสนใจที่จะช่วย อียิปต์ ในการไล่ล่าเหรียญทองฟุตบอลชาย ในศึกโอลิมปิก เกมส์ “โตเกียว 2020” ในช่วงซัมเมอร์นี้ (ย้ายมาแข่งปี 2021 เพราะปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19)

ฤดูกาลใหม่ใช่ว่าวิกฤติจะหมด! 5 ปัญหาหลักลิเวอร์พูลที่รอให้ คล็อปป์ แก้ไข

“โตเกียว เกมส์” จะเปิดฉากแข่งขันตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม ไปจนถึงวันที่ 8 สิงหาคมโดยแต่ละชาติได้รับอนุญาตให้ใช้นักเตะที่อายุมากกว่า 23 ปีได้ 3 คน ถ้าหาก ซาลาห์ ถูกเรียกตัวไปรับใช้ชาติ นั่นจะทำให้เขาพลาดลงเล่นเกมปรีซีซั่นของสโมสร และเสี่ยงที่จะไม่ได้ลงสนามเกมแรกของฤดูกาลใหม่ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า อียิปต์ จะไปได้ไกลแค่ไหนในโอลิมปิก

สำหรับโปรแกรมพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2021/2022 ได้ออกมาแล้วโดยแมตช์แรกจะแข่งขันในวันที่ 14 สิงหาคมนี้ หรือก็เพียงแค่สัปดาห์เดียวหลังจากที่จบศึกกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ งานนี้ คล็อปป์ ได้แต่นั่งเซ็งไม่รู้จะหาวิธีแก้ยังไง เพราะการบังคับนักเตะไม่ให้ไปเล่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง

3. ไม่ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ไม่ได้ตัว เอ็มบัปเป้ ?
ปัญหาที่หนักหนาสาหัสสากรรจ์สำหรับ ลิเวอร์พูล ที่อาจจะส่งผลต่อการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์เพื่อที่จะใช้ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหน้า ต้องสั่นคลอนนั่นหากทัพ “หงส์แดง” พลาดโควตาไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ฟอร์มที่สุดแสนย่ำแย่ในฤดูกาลนี้ของ “หงส์แดง” ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาผู้เล่นหลักบาดเจ็บระนาว และการขาดเสียงกระตุ้นจากสาวก “เดอะ ค็อป” ในสนาม ทำให้ตอนนี้พวกเขาเหลือลุ้นแค่ศึกชิงชัยโทรฟี่ “บิ๊กเอียร์” เท่านั้น

หาก “หงส์แดง” ไม่ติดท็อปโฟร์ นั่นคือคงทำให้ คล็อปป์ ต้องทำใจในการเสริมทัพ เพราะเขาคงไม่สามารถโน้มน้าวนักเตะเป้าหมายมาร่วมทีมได้ และจำเป็นต้องหันไปเลือกผู้เล่นคนอื่นที่อาจไม่ตรงตามสเปกที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ในช่วงซัมเมอร์

ฤดูกาลใหม่ใช่ว่าวิกฤติจะหมด! 5 ปัญหาหลักลิเวอร์พูลที่รอให้ คล็อปป์ แก้ไข

แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ จะลา ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เพื่อไปเล่นให้กับสโมสรที่ไม่ได้ลงแข่งขัน แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมไปถึงผู้เล่นฝีเท้าจัดจ้านอีกหลายคนที่อยู่ในลิสต์รายชื่อป้าหมายของของ คล็อปป์ คงส่ายหัวที่จะมาอยู่กับ “เดอะ เร้ดส์”

อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ ได้ชื่อว่าเป็นคนที่เค้นฟอร์มเก่งของลูกทีมออกมาได้เสมอ ดูได้จากผลงานของ ซาลาห์, มาเน่, ฟาบินโญ่, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่เปลี่ยนจากนักเตะชั้นยอดกลายเป็นแข้งเวิลด์คลาสไปแล้ว

สำหรับการใช้จ่ายในการซื้อนักเตะต้องยอมรับว่า ลิเวอร์พูล ไม่ใช่สโมสรพ่อบุญทุ่มมากนัก เพราะพวกเขามี ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการกีฬาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนที่พิถีพิถันในการใช้เงินมากๆ แถมช่วงนี้ทีมต้องประสบปัญหาด้านการเงินจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งเป็นไปได้ยากมากที่ “หงส์แดง” จะทุ่มเงินมหาศาลในการเสริมทัพซัมเมอร์นี้

ดังนั้นหาก ลิเวอร์พูล พลาดตั๋วใบสุดท้ายไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายร้ายแรงสำหรับแผนการเสริมทัพของ ลิเวอร์พูล เพียงแต่มันอาจจะมีส่วนสำคัญในกรณีที่พวกเขาอยากที่จะเจรจาคว้าตัว เอ็มบัปเป้ หรือ เออร์ลิง ฮาแลนด์ เท่านั้น
4. กองหลังขาดการฝึกซ้อมมานาน
คล็อปป์ เพิ่งจะได้คู่หูเกมรับที่พอจะใช้วางใจได้ในช่วงที่เหลืออยู่ของซีซั่นนี้นั่นก็คือ แนท ฟิลลิปส์ กับ โอซาน คาบัค แต่แน่นอนว่าหาก “หงส์แดง” ได้ ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ และ โฌแอล มาติป กลับมาฟิตสมบูรณ์ คงทำให้ทีมรู้สึกอุ่นใจมากกว่าเดิมหลายเท่า

ในรายของ ฟาน ไดค์ มีการเปิดเผยว่าเขาเหลือเวลาเข้าโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายอีก 8 สัปดาห์ และน่าจะมีโอกาสช่วยทีมชาติฮอลแลนด์ ในศึกยูโร 2020 ซัมเมอร์นี้ แต่ถ้าหากเขาไม่ได้ไปช่วยชาติในทัวร์นาเมนต์นี้ นั่นหมายความว่าในซีซั่นหน้า ดาวเตะเลือดดัตช์ กับ โกเมซ จะไม่ได้เล่นให้กับทีมชุดใหญ่นานเกือบ 1 ปีเลยทีเดียว

นี่ถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากๆ ไหมที่จะให้ทั้งสองคนลงเล่นในทีมเดียวกันทั้งๆ ที่พวกเขาไม่ได้ลงสนามฝึกซ้อมอย่างจริงจังหลังจากที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง และต้องพักรักษาตัวนาน ? เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่ากองหลังสไตล์คล็อปป์ มักจะยืนสูง และพยายามที่จะเล่นเช็คล้ำหน้า

ฤดูกาลใหม่ใช่ว่าวิกฤติจะหมด! 5 ปัญหาหลักลิเวอร์พูลที่รอให้ คล็อปป์ แก้ไข

 

การทำแบบนี้ต้องมีการฝึกซ้อมเพื่อให้แนวรับเข้าใจแผนการเล่นที่แม่นยำ แล้วงานนี้ ฟาน ไดค์ กับ โกเมซ จะสามารถสื่อสารเข้าใจกันหรือไม่เมื่อไม่ได้ลงซ้อมด้วยกันมานาน ส่วน มาติป ได้รับบาดเจ็บหนักหลังจากทั้งคู่ ดังนั้นเขาจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้ฟิตสมบูรณ์เช่นกัน

สำหรับการซื้อกองหลังใหม่เป็นเป้าหมายแรกในการเสริมทัพซัมเมอร์นี้ โดยหาก คาบัค ทำผลงานได้ดีหลังจากยืมตัวมาจาก “ราชันสีน้ำเงิน” ชาลเก้ 04 มีความเป็นไปได้ที่สโมสรอาจตัดสินใจเซ็นสัญญาถาวรกับเขา

ขณะที่ เบน เดวิส ซึ่งย้ายมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์เมื่อเดือนมกราคม แต่ยังไม่ได้ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล เลย ดังนั้นตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กคือพื้นที่ที่ คล็อปป์ จำเป็นต้องทำงานหนักมากๆ ในช่วงซัมเมอร์เพื่อที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนกับซีซั่นนี้
5. หาตัวแทน ไวจ์นัลดุม
อีกหนึ่งปัญหาที่จะส่งผลกระทบกับทัพ “หงส์แดง” ในฤดูกาลหน้าก็คือการที่้ต้องหาผู้เล่นใหม่เพื่อมาทดแทน จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่จะอำลาถิ่นแอนฟิลด์ หลังจบฤดูกาล 2020/2021

ดาวเตะเลือดดัตช์โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในฤดูกาลนี้ และเป็นตัวหลักที่ทีมขาดไม่ได้เลย แต่กระนั้นการต่อสัญญาฉบับใหม่กับนักเตะยังไม่ประสบความสำเร็จซะที นั่นหมายความว่า คล็อปป์ อาจจะต้องทำใจที่จะปล่อย ไวจ์นัลดุม ออกไปช่วงซัมเมอร์นี้

ไวจ์นัลดุม เป็นหนึ่งในแข้งสำคัญที่นำความสำเร็จมาสู่แอนฟิลด์ ยุค คล็อปป์  ไม่ว่าจะเป็นการนำ “หงส์แดง” กลับไปยึดท็อปโฟร์ ตามด้วยคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และยุติ 30 ปีที่รอคอยแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ฉะนั้นการเสียเขาไปแบบฟรีเอเจนต์ถือเป็นเรื่องเสียหายอย่างมาก

 

ฤดูกาลใหม่ใช่ว่าวิกฤติจะหมด! 5 ปัญหาหลักลิเวอร์พูลที่รอให้ คล็อปป์ แก้ไข

 

แน่นอนว่าสาวก “เดอะ ค็อป” อยากให้เขาอยู่กับสโมสรต่อไป เพราะ ไวจ์นัลดุม เป็นนักเตะที่มีศักยภาพสูงทั้งยืนตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับก็ได้ หรือทำหน้าที่เชื่อมเกมในฐานะโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ งานนี้หาก ดาวเตะชาวดัตช์ย้ายทีมจริงๆ แล้ว “เดอะ เร้ดส์” จะไปหานักเตะที่มีศักยภาพแบบนี้ได้ไหม ?

อีฟส์ บิสซูม่า ห้องเครื่อง ไบรท์ตัน แอนด์ โฮล อัลเบี้ยน, ซานเดอร์ เบิร์ก ดาวเตะเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, ฟลอเรียน นอยเฮาส์  ยอดแข้งโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค และ อารอน แรมซี่ย์ มิดฟิดล์มากประสบการณ์ “ม้าลาย” ยูเวนตุส พวกเหล่านี้อยู่ในลิสต์ที่ คล็อปป์ เล็งเอาไว้

อย่างไรก็ตาม บางที คล็อปป์ อาจจะมีตัวตายตัวแทน ไวจ์นัลดุม เอาไว้แล้วก็ตาม นั่นก็คือ เคอร์ติส โจนส์ เด็กปั้นในศูนย์เยาวชน “เดอะ เร้ดส์” ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ และสามารถเติมเต็มตำแหน่งของ ไวจ์นัลดุม ได้

ไม่ว่าใครก็ตามที่ กุนซือเลือดด๊อยท์ช นำไปใช้งานในแดนกลางฤดูกาลหน้า พวกเขาเหล่านั้นจะต้องงัดฟอร์มสุดยอดออกมาให้ได้เพื่อทดแทนผลงานที่ยอดเยี่ยมของ ไวจ์นัลดุม ซึ่งสร้างเอาไว้กับทีมตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

ติดตามทุกเรื่องราว ข่าวใหม่ๆได้ที่ >>>footballnewtv.com<<<

ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่>>>>ดูบอล,ดูบอลออนไลน์<<<<

ขอบคุณเรื่องราวข่าวจาก >>>siamsport<<<

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here