หน้าแรก ข่าวกีฬา เข้าห้องรมแก๊ส, แบกอุปกรณ์ 40 กิโลกรัม ! 3 สัปดาห์โหดฝึกทหาร ซน ฮึง-มิน

เข้าห้องรมแก๊ส, แบกอุปกรณ์ 40 กิโลกรัม ! 3 สัปดาห์โหดฝึกทหาร ซน ฮึง-มิน

546
0

การรับใช้ชาติถือเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญของผู้ชายทุกคน แม้แต่ ซน ฮึง-มิน ที่ใช้เวลาในการกักตัวหนีเชื้อไวรัสโควิด-19 ตัดสินใจกลับเกาหลีใต้เพื่อไปทำหน้าที่ลูกผู้ชายที่สมบูรณ์แบบสำหรับชาว “โสมขาว”

สำหรับการรับใช้กองทัพบ้านเกิดของ “อาซน” จริงๆ แล้ว ได้รับการยกเว้นจากการเข้ารับการฝึกทหารเป็นเวลา 21 เดือนหลังจากที่นำบ้านเกิดคว้าเหรียญทองฟุตบอลชาย เอเชียน เกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนิเซีย ซึ่งกรณีนี้เป็นหนี่งในกฎการได้รับการยกเว้นฝึกทหาร

– แม้ได้รับการยกเว้นจากการเกณฑ์ทหาร 2 ปี แต่ตามกฎหมายชายเกาหลีที่ได้รับการละเว้น ยังจะต้องมาฝึก 3 สัปดาห์ รวมทั้งบําเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณชนเป็นเวลา 500 ชั่วโมง ซึ่งตามแผนเดิม ซน ฮึง-มิน จะกลับมาฝึกทหารหลังจบฤดูกาล แต่ด้วยสถานการณ์โรคระบาดทำให้เขาเลือกใช้ช่วงเดือนเมษายนี้ ปฏิบัติตามกฎหมายของบ้านเกิด

ในช่วงระหว่างที่เข้ารับการฝึกทหาร อดีตดาวเตะ “ห้างขายยา” ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ต้องฝึกเหมือนกับทหารเกณฑ์คนอื่นๆ ไม่มีสิทธิพิเศษอะไรทั้งนั้น โดยเรื่องการฝึกหนักไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับ ซน ฮึง-มิน เพราะร่างกายของเขาต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้อยู่แล้วในการซ้อมฟุตบอล

กระนั้นยังมีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับการฝึกทหารในเกาหลีใต้ ไม่ใช่แค่การฝึกร่างกายเท่านั้น แต่ยังฝึกเรื่องจิตใจและความกล้าหาญ โดย ดาวเตะวัย 27 ปี จะต้องหายใจในห้องรมแก๊สน้ำตา, เรียนรู้การใช้ปืนไรเฟิ่ล, การฝึกเข้าระเบียบแถว

ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ หัวหอก “ไก่เดือยทอง” ยังต้องฝึกการต่อสู้ระยะประชิดเพื่อให้แน่ใจว่าเขาสู้ได้อย่างเหมาะสม, เคลื่อนที่ในรูปแบบต่างๆ และเดินสวนสนาม 30 กิโลเมตร พร้อมแบกของหนัก 40 กิโลกรัม

นอกจากนี้ สตาร์ลูกหนังทีมชาติเกาหลีใต้ ยังต้องเรียนรู้ในการรับมือกับปัญหาการนำวัตถุอันตรายด้านเคมี ชีวภาพ รังสี และนิวเคลียร์ ไปใช้เป็นอาวุธ รวมทั้งยังต้องศึกษาเรื่องระเบียบวินัยทหารอย่างเคร่งครัดด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นโปรแกรมที่ถือว่าหนักพอสมควรสำหรับ “อาซน” ที่ทั้งชีวิตอยู่กับการฝึกแค่เรื่องฟุตบอลเท่านั้น

 หนึ่งในเจ้าหน้าที่นาวิกโยธิน ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับโปรแกรมที่สุดโหดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกทหารของชาวเกาหลีใต้ “โดยปกติแล้วการฝึกด้าน ซีบีอาร์เอ็น (การรับมือกับปัญหาการนำวัตถุอันตรายด้านเคมี ชีวภาพ รังสี และนิวเคลียร์ ไปใช้เป็นอาวุธ) เป็นส่วนที่ยากที่สุดในแคมป์ทหาร”

       “ทันทีที่คุณเข้ามาอยู่ในค่ายทหาร คุณจะต้องสามารถยิงปืนไรเฟิ่ลได้, หายใจในแก๊สได้ และการต่อสู้ในรูปแบบต่างๆ, การม้วนตัว และการคลานเวลาที่อยู่ในสนามรบ ในช่วงระหว่างเดินสวนสนาม นาวิกโยธินของเราจะต้องแบกอุปกรณ์ที่หนักกว่า 40 กิโลกรัม แต่อาจจะเบากว่านั้นสำหรับทหารใหม่ มันขึ้นอยู่กับโปรแกรมการฝึกในช่วงเวลานั้นๆ”

ขณะที่ คิม ยีม นักเขียน, นักวิจัย และผู้ก่อตั้งไอที เรโวลูชั่น ซึ่งเคยเข้ารับการฝึกทหารตั้งแต่ปี 2009-2011 เผยเกี่ยวการเรื่องที่สุดท้าทายที่สุดตลอด 2 ปีที่เข้ากรมทหาร “ส่วนที่ยากที่สุดตอนที่ผมกับกลุ่มของผมต้องเข้าไปในห้องรมแก๊ส”

       “คุณต้องเข้าไปในห้องพร้อมกับใส่หน้ากากกันแก๊ส และมีครูฝึกที่ใส่หน้ากากกันแก๊สด้วย สุดท้ายเขาก็สั่งให้คุณถอดหน้ากากกันแก๊สออก และเมื่อคุณสูดแก๊สพวกนี้เข้าไปมันไม่ได้มีผลในระยะยาวกับคุณ แต่มันทรมานราวกับอยู่ในนรก”

“มันรู้สึกเหมือนกับมีเข็มเป็นพันๆ เล่มทิ่มแทงอยู่ในตัวคุณ  และเมื่อคุณหายใจเอาแก๊สเข้าไป มันแทบหายใจไม่ออก คุณไม่สามารถหายใจได้เลย ห้องเล็กๆ นั้นเต็มไปด้วยความโกลาหล ทุกๆ คนต่างคว้าตัวกันไปทั่ว ทุกๆ คนนอนกลิ้งอยู่กับพื้น มีอยู่คนนึงเขาวิ่งไปที่ประตูเพื่อพยายามจะออกมา แต่มีการ์ดกันไม่ให้ออก และทั้งหมดมันเต็มไปด้วยความวุ่นวาย” 

ในช่วงที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน นักเตะหลายคนฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกาย เมื่อต้องกลับมาลงเล่นฟุตบอลอีกครั้ง แต่สำหรับ “อาซน” เขาจะ กลับมาเล่นฟุตบอลด้วยร่างกาย และจิตใจที่แข็งแกร่งเฉกเช่นชายชาติทหาร

ติดตามข่าวเพิ่มเติม :: ข่าวกีฬาสด  
ติดตามช่อง Youtube : Ufaseries
ติดตามผลงานอื่นๆ Line : ทีเด็ดบอล
ติดตามช่องเพจ : Facebook

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here