หน้าแรก ข่าวกีฬา อัลลีหาเหาใส่หัว หลังเจ้าตัวโพสต์วิดีโอ ล้อเลียนคนเอเชีย

อัลลีหาเหาใส่หัว หลังเจ้าตัวโพสต์วิดีโอ ล้อเลียนคนเอเชีย

37
0

อัลลีหาเหาใส่หัว หลังเจ้าตัวโพสต์วิดีโอ ล้อเลียนคนเอเชียที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา

อัลลีหาเหาใส่หัว หลังเจ้าตัวโพสต์วิดีโอ ล้อเลียนคนเอเชีย

อัลลีหาเหาใส่หัว สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) เตรียมสอบสวน เดเล อัลลี ในข้อหาการเหยียดเชื้อชาติหลังจากที่กองกลางทีมท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ได้อัดวิดีโอในทำนองล้อเลียนคนเอเชียและพูดติดตลกเกี่ยวกับกรณีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา

ปัญหานี้เกิดขึ้นหลังจากที่อัลลี ซึ่งอยู่ระหว่างช่วงของการพักเบรกฤดูหนาวที่ดูไบได้โพสต์วิดีโอผ่านแอปพลิเคชัน Snapchat โดยในภาพเป็นกองกลางวัย 23 ปีกำลังสวมหน้ากากอนามัยอยู่ในที่พักภายในสนามบิน พร้อมกับข้อความว่า อะไรนะ โคโรนา ตอนฟังช่วยเปิดเสียงด้วย จากนั้นภาพได้ซูมไปที่ชายชาวเอเชียที่ไม่ระบุนามคนหนึ่ง ก่อนที่จะตัดภาพกลับมาที่ขวดน้ำยาทำความสะอาดมือ พร้อมกับข้อความใต้ภาพว่า ไวรัสนี้ต้องไวกว่านี้ถึงจะมาติดผมได้ทัน

การโพสต์วิดีโอนี้ขึ้นไป ได้มีผู้ติดตามที่ร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่เหมาะสมจำนวนมาก จนทำให้อัลลีตัดสินใจที่จะลบโพสต์ดังกล่าวไป ก่อนที่จะออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ โดยดาวเตะสเปอร์สได้กล่าวคำขอโทษต่อทุกฝ่ายและยอมรับว่าเขา ทำให้ตัวเองและสโมสรต้องผิดหวัง

ผมอยากจะขอโทษสำหรับวิดีโอที่ผมได้โพสต์เมื่อวานนี้ อัลลีกล่าวในวิดีโอที่ถูกปล่อยบนแอปพลิเคชัน Weibo มันไม่ใช่เรื่องตลกเลย ผมรู้ได้ในทันทีและตัดสินใจที่จะลบมันออก ผมทำให้ตัวเองและสโมสรผิดหวัง ผมไม่อยากให้ทุกคนต้องจำตัวผมในแบบนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่ควรจะนำมาเล่นตลกเลยแม้แต่น้อย ผมขอส่งความรักและความปรารถนาดี และขออวยพรให้แก่ทุกคนในประเทศจีน

ที่ผ่านมา หลังการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาพบว่า ในอังกฤษมีปัญหาการเหยียดเชื้อชาติต่อชาวเอเชียรุนแรงขึ้นอย่างมากโดยมีกรณีที่ชาวเอเชียที่สวมหน้ากากอนามัยได้ถูกกระทำทั้งทางวาจาและทำร้ายร่างกาย ซึ่งกลุ่มชาวเอเชียในสหราชอาณาจักรไม่พอใจและได้ร้องเรียนเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก

ด้านสเปอร์สยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อเรื่องนี้ ขณะที่ทางด้าน FA เตรียมที่จะทำการสอบสวนและลงโทษ หากพบว่าเป็นการกระทำผิดกฎข้อ E3(1) ซึ่งว่าด้วยการที่นักฟุตบอลได้กระทำผิดจากการโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียแบบไม่เหมาะสม หรือสร้างความเสื่อมเสียให้แก่เกมฟุตบอล นอกจากนี้ยังอาจผิดกฎข้อ E3(2) ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องของการกระทำใดๆ ที่ละเมิดต่อเรื่องของถิ่นกำเนิด สีผิว เชื้อชาติ ความเชื่อ เพศ ความเหลื่อมล้ำทางเพศหรือคนพิการ

เขียนโดย ข่าวกีฬา

ติดตาม ข่าวบันเทิง ได้ที่นี่

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here